ดอยผาผึ้ง บ้านมณีพฤกษ์ เยือนอดีตสหาย เยี่ยมชนเผ่า ชิมกาแฟ เที่ยวหน้าฝน รับลมหนาว ปีใหม่ม้ง

บนเส้นทางขรุขระ ขึ้นเขาสูง ลาดชัน คดโค้ง ผ่านหมู่บ้านที่ราบลุ่ม ฝั่งตะวันตกของเทือกเขาภูคา รอยต่ออำเภอเชียงกลางและอำเภอทุ่งช้าง ที่ราบลุ่มแม่น้ำกอนที่มาบรรจบกับแม่น้ำน่านเรียกว่า “สบกอน” เราเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ยังคงกระดอนกระเด้งบนเส้นทางหลวงชนบท 4017 ในเขตอำเภอทุ่งช้าง ที่แยกจากเส้นทางหลวงชนบท 1291 บ้านนาหนุน-บ้านกอก พื้นที่อำเภอเชียงกลางเป็น สภาพเส้นทางที่หลุมเป็นบ่อ ประมาณ 16 กม. มีการซ่อมแซมบ้างแล้ว แต่ทางแยกซ้ายทางหลวงชนบท 4017 ไปปางแก-มณีพฤกษ์ อีก 23 กม.จนที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่ ที่ 6 ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ยังเป็นหลุมเป็นบ่อ มีการเอาดินมากลบถมบ้าง เพื่อปรับผิวถนน ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เดินทางสู่บ้านมณีพฤกษ์ ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน
//ภาพ/เรื่องราว/เรียบเรียง : มานะ   ทองใบศรี

บ้านมณีพฤกษ์ เดิมชื่อว่า “บ้านฉงผ้า หรือ ฉงไผ่” เป็นชาวม้งซึ่งอพยพมาจากประเทศจีน เพราะสมัยนั้นจีนเกิดสงครามจึงต้องเร่ร่อนหาที่ทำกิน ครั้นเมื่อเดินทางมาถึงตอนเหนือของประเทศไทย จึงเห็นว่าภูมิประเทศมีความอุดมสมบูรณ์ซึ่งเหมาะแก่การเพาะปลูก
จุดแรกที่เข้า คือ ดอยภูแว จังหวัดน่าน ต่อมาตั้งบ้านเรือนเป็นหลักเป็นแหล่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ อยู่ห้างจากดอยภูแวที่ตั้งเดิมประมาณ 10 กิโลเมตร และตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “ฉงผ้า หรือ ฉงไผ่” อยู่ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์ ในช่วงปี พ.ศ. 2511 ถึงปี พ.ศ.2525

ต่อมามีนายทหารชื่อ “พ.ท.อนัน พฤกษ์” กัลป์นายตำรวจชื่อ “มณี” ไม่ทราบนามสุกลได้วางแผนปราบปรามคอมมิวนิสต์ จนได้รับชัยชนะ ชาวบ้านได้เข้ามอบตัวกับทางราชการ ในปี พ.ศ. 2527 และเปลี่ยนชื่อจาก “บ้านฉงผ้า” หรือ “ฉงไผ่” เป็น “มณีพฤกษ์” โดยใช้ชื่อนายตำรวจและนามสกุลของนายทหารสองท่านนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

หมู่บ้านมณีพฤกษ์มีการเปลี่ยนทดลองปลูกพืชผักและดอกไม้เมืองหนาวที่สวยงาม จะมีแปลงทดลองปลูกผัก เช่น กะหล่ำแฟนซี บรอกโคลี ท้อ ไหน สาลี่ ฯลฯ แปลงทดลองปลูกดอกไม้เมืองหนาว เช่น ลิลลี่ ทิวลิป ฯลฯ ซึ่งจะออกประมาณเดือน พ.ย. – ม.ค. นอกจากนี้ยังปลูกดอกผีเสื้อ กลอกซีเนนีย รวมถึงเบญจมาศหลายสี เช่น สีส้ม สีแดง สีขาว สีชมพู สีม่วง ฯลฯ รวมถึงดอกกุหลาบซึ่งออกดอกตลอดปี นอกจากนี้ในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือน ม.ค. ต้นท้อภายในสวนจะออกดอกพราวสีชมพู ส่วนดอกสาลี่จะออกดอกสีขาวเต็มหุบเขา สวยงามมาก

ออกตัวจากเมืองน่านสายๆ ถึงจุดหมายบ้านมณีพฤกษ์บ่ายๆ เตร็ดเตร่ ไถ่ถาม จิบกาแฟแก้เมื่อย ที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในลุ่มแม่น้ำน่าน อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ พื้นที่ที่ 6 จังหวัดน่าน ที่นี่ส่งเสริมทดลองปลูกพืชผักและดอกไม้เมืองหนาว นอกจากนี้ในหมู่บ้านยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำจำปี, ถ้ำหอหญิง, ถ้ำหอชาย,ภุหัวล้าน, ป่าดงเซ้ง และดอยผาผึ้ง อีกทั้งช่วงหน้า ที่นี่ยังเป็นจุดชมดอกซากุระ หรือนางพญาเสือโคร่งเมืองไทย และยังพบต้นชมพูภูคา ซึ่งที่นี่นับเป็นอีกแห่งหนึ่งที่สามารถชมต้นไม้หายากชนิดนี้ได้


อาชีพหลักของชาวบ้าน บ้านมณีพฤกษ์จะปลูกกระหล่ำปลี และพืชเมืองหนาว เช่นลูกไหน ลูกพลับ และสตอเบอรี่ ปัจจุบันชาวบ้านได้รับการส่งเสริมจากโครงการ พมพ.พื้นที่ 6 ให้ปลูกกาแฟ สายพันธุ์ดี อาราบิก้า ที่ปลูกบนภูมิเขาสูงดอยผาผึ้ง-ดอยภูแว ที่ระดับความสูง 1,400 – 1,600 เมตร จึงทำได้ผลผลิตกาแฟที่ได้มีคุณภาพ


จากไร่กาแฟเล็กๆ ในโครงการฯได้เริ่มให้ผลผลิต ซึ่งในแต่ละปี เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกโดยไม่ต้องไปตัดโค่นป่า และมีผลผลิตสู่ตลาดมากขึ้น จนทำให้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 2 ของประเทศ จากการประกวดในงานมหกรรมพืชสวนโลก ณ จังหวัดเชียงใหม่ (ปี2555) ถือว่าเป็นอาชีพทางเลือกใหม่และไม่ทำลายป่า


แผนที่ท่องเที่ยวชุมชนบ้านมณีพฤกษ์

ท่องเที่ยวดอยผาผึ้ง อยู่บริเวณหมู่บ้านมณีพฤกษ์ 3 เป็นภูเขาหินปูนสูงจากระดับน้ำทะเล 1,600 เมตรซึ่งไม่มีต้นไม้ใหญ่มากนัก มองดูเหมือนไม่มีอะไรมากนักใช้เวลาเดินไปประมาณ 20 นาที ก็ถึง จะรู้ว่าที่นี่เป็นหน้าผาสูงตัดกับหุบเหวลึกด้านล่าง มองเห็นทุ่งช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และยอดภูแว บางส่วนของอำเภอบ่อเกลือ

หน้าผาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ส่วนด้านหลังของเราคือทิศตะวันตก ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนพระอาทิคย์คล้อยต่ำลงทุกทีๆ ต้องรีบกางเต้นท์ก่อนฟ้าจะมืด มาช่วงนี้ดีหญ้าไม่สูงเจ้าหน้าที่ดูแลปรับแต่งอยู่เสมอ โชคดีช่วงนี้ไม่มีทาก ซึ่งเป็นปัญหาสร้างความรำคาญยิ่งนักเวลาทำกิจกรรมต่างๆ จะคอยเกาะ คอยดูด ดูแลเราตลอดเผลอเป็นไม่ได้

กางเต้นท์ตรงที่ราบอันแสนน้อยนิด จัดแจงวางข้าวของ เตรียมเสบียงออกมาวางเรียงให้หยิบใช้สอยได้ง่าย ไม่นานตะวันเริ่มลาลับ มิตรสหายจากหมู่บ้านที่ได้พูดคุยกันตอนเจอในหมุ่บ้าน ขึ้นมาเยี่ยมเยือน เป็นส.อบต. หนูพลั่งและ จงเมา เจ้าบ้านที่อุตส่าห์ ขึ้นตามมาดูความเรียบร้อย พร้อมนั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน ก่อนลาไปเมื่อใกล้มืด


ค่ำคืนอันเย็นเยียบ จึงยาวนานกว่าคืนไหน ราตรีอันสงัด ยิ่งดึกดื่นยิ่งเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนผ่านไปมานานๆครั้ง นั่งคุย สนทนา พากัันนอนมองฟ้า แสงจันทร์ในวันใกล้เต็มดวง ช่วยให้สายตามองเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น พาใจให้ชื้นขึ้นมาหน่อย
นู่นเครื่องบิน ไปไหนกัน นั่นดาวเทียมลอยข้ามไปที่ใด นี่ใกล้ๆ ไฟยังสว่าง โน่นไกลสุดสายตาข้ามฝั่งขุนเขาเป็น สปป.ลาว โชคดีที่ได้ฟังเรื่องเล่าจากสหายผู้มาเยือน ที่บอกทิศ ชี้ทาง จึงพอกำหนดตำแหน่งหนตำบลใดได้บ้าง
ค่ำคืนจากลาไปกับความเย็น รุ่งสางเข้ามาทาทาบขอบฟ้าเมื่อหกโมงเช้า เราเฝ้ารอพระอาทิตย์ขึ้น ณ ดอยผาผึ้ง จากนั้นเนินขึ้นสู่เนินสูงด้านซ้ายมือ ชื่อภูหัวล้านซึ่งเป็นอีกจุดที่สามารถมองวิวทิวทัศน์ได้รอบ สามารถมองเห็นเวิ้งของบ้านมณีพฤกษ์ ยอดแหลมของภูแว หุบเหวด้านล่างและมองย้อนไปดูดอยผาผึ้ง ที่ซึ่งเรากางเต้นท์กันอยู่


อิ่มเอิบและเปรมปรีกับธรรมชาติรอบข้างร่วมชั่วโมง พากันเดินมาด้วยใจเปี่ยมสุข หย่อนก้น พักขา นั่งลงบนผาหิน หยิบกาแฟ เปิดหม้อสนาม เต้มน้ำ บิดกระป๋องแก้ส กดจุดไฟ ต้มกาแฟ เติมสุขให้กับชีวิต อีกรสชาดที่ขาดไม่ได้ บนภู กลางไพร ดอยผาผึ้ง

เทศกาลประเพณีที่สำคัญ
ปีใหม่ม้ง ที่หมู่บ้านของชาวไทยภูเขาเผ่าม้งประเพณีปีใหม่ของพวกเขาตรงกับ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 2 ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะเวลาระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกปี ซึ่งในวันปีใหม่นี้ของชาวม้งจัดเป็นงานประเพณีที่ชาวม้งรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เนื่องจากจะเป็นการพบปะกันระหว่างกลุ่มญาติมีประเพณีขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผู้อาวุโส

เป็นวันที่หนุ่มๆสาวๆในหมู่บ้านจะได้เลือกคู่ มีการจัดการแข่งขันกีฬาประเพณีและการละเล่นต่างๆ เช่น ลูกข่าง ลูกช่วง และยังมีการแข่งขันล้อเลื่อนไม้ชิงแชมป์ประเทศไทยซึ่งเป็นกีฬาที่ท้าทายน่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่นอกการละเล่นที่สร้างความสนุกสนานแล้วชาวม้งก็ไม่ลืมที่จะทำพิธีกรรมต้อนรับปีใหม่ซึ่งจัดเป็นพิธีกรรมที่ชาวม้งให้ความสำคัญกันมาก
เทศกาลปีใหม่ม้งจะพบการแต่งกายของหนุ่มสาวชาวม้งอันงดงาม นอกจากจะได้เยี่ยมชมวิถีชีวิต การล่ะเล่นภายในงานปีใหม่ม้ง ยังได้เห็นความสวยสีสันความงามของชุดชนเผ่าที่ชาวบ้าน สวมใส่มาร่วมงาน และสัมผัสอากาศหนาวบนยอดดอย ชมทะเลหมอกและทิวทัศน์ของดอยผาผึ้ง

ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย เป็นพืชดอกในสกุล Prunus ออกดอกช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ พบทั่วไปบนภูเขาตั้งแต่ความสูง 1,200-2,400 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในจังหวัดน่านสามารถพบเห็นได้ที่ ดอยขุนสถาน, ดอยวาว, ดอยภูคา และดอยมณีพฤกษ์แห่งนี้

การเตรียมตัวสู่ดอยผาผึ้ง ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ฯ หรือชาวบ้านในพื้นที่ล่วงหน้า เพราะเส้นทางขึ้นดอยผาผึ้งยังเป็นทางลูกรัง หากเดินทางในหน้าฝนค่อนข้างลำบาก ฝนตกอันตราย ถนนลื่น ช่วงหน้าหนาวและแล้งสามารถขึ้นไปด้านบนได้โดยง่าย แต่หากไม่ชำนาญเส้นทางอาจหลงทางในป่า เพราะมีทางแยกป่ะปนกันหลายเส้นทาง ที่ชาวบ้านใช้ไปทำงานในไร่และเข้าป่า
ที่พัก และการบริการโดยกลุ่มท่องเที่ยวบ้านมณีพฤกษ์ นักท่องเที่ยวสามารถ ใช้บริการรถ ขึ้น-ลง ดอยผาผึ้ง สำหรับ 10 คน /700 บาท, กางเต้นท์ 2 คน/300 บาท, 3 คน 350 บาท

บ้านพักรับรอง ดอยผาผึ้งรีสอร์ท ในพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่ที่ 6 จังหวัดน่าน ติดต่อ บ้านพักและอาหาร 054703163, 0801204353, 0860753531
หากนำเต้นท์ไปกางเอง 50 บาท มีโฮมสเตย์ ไม่เกิน 2 ท่าน /450 บาท ติดต่อสอบถามเส้นทางและการเดินทาง รองกล้วย 080-852-8524 ID LINE : WIC4505004905

โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่ ที่ 6 โทร 054 730 163 หน.พินิจ ลิมาลัย 086 075 3551


การเดินทาง ขึ้นดอยผาผึ้งมี 2 เส้นทาง
-เส้นทางแรกจากด้านหน้าโครงการพมพ.พื้นที่ที่ 6 เลี้ยวขวามือไปถึงสามแยก ทางขวามือทางไปหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติผาผึ้ง ให้แยกซ้ายมือไปบ้านมณีพฤกษ์ 3 (เผ่าลัวะ) จนสุดหมู่บ้านเป็นทางลูกรัง ไปตามเส้นทางเรื่อยๆ จนถึงทางแยกในป่ามีทางเลี้ยวขวามือเป็นเส้นทางขึ้นไปดอยผาผึ้ง แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะเส้นทางค่อนข้างลำบาก
-เส้นทางที่สอง เลี้ยวซ้ายมือไปบ้านมณีพฤกษ์ 1(เผ่าม้ง) เส้นทางหลักในหมู่บ้านยังเป็นลาดยาง แต่ขรุขระบ้างตามสภาพถนนที่สร้างมานาน ถึงสามแยกใกล้ๆสถานีอนามัย ให้เลี้ยวขวาใช้ทางลูกรัง ขึึ้นสู่เนินเขาทางสู่ผืนป่าทางค่อนข้างลื่นหากฝนตกและลำบากช่วงหน้าฝน รถธรรมดาอาจเดินทางไม่ได้ต้องใช้โฟร์วิลล์ เส้นทางในป่าเปลี่ยนไปตามสภาพ ต้องใช้การสังเกตุให้มาก ไปไม่นานเจอสามแยกแรกให้เลี้ยวขวา ไปอีกสักพักให้สังเกตุทางด้านซ้ายมือดีๆ เพราะเป็นทางขึ้นดอยผาผึ้งถ้าเลยอาจหลงได้ง่ายๆ


ทริปแนะนำ
เดินป่าพิชิตดอยภูแว ดอยภูแวเป็นภูเขาในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อยู่ในพื้นที่ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน สูงจากระดับน้ำทะเล 1,837 เมตร ลักษณะเป็นทุ่งหญ้าปกคลุม และมีลานหินกระจายอยู่หลายแห่ง เช่น ผาแอ่น ผาผึ้ง ผาขี้นก มีพรรณไม้ที่จัดว่าเป็นกึ่งอัลไพน์ (Subalpine Zone)มีการค้นพบพรรณไม้ที่หายาก เช่น กุหลาบขาวเชียงดาว ปาล์มรักเมฆหรือค้อเชียงดาว

การเดินทางไปดอยภูแวติดต่อสอบถาม หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ที่ 10 (ดอยผาผึ้ง) อำเภอทุ่งช้าง ไม่มีไฟฟ้า เป็นหน่วยที่ตั้งขึ้นใหม่ ต้องติดต่อล่วงหน้า เพื่อขอลูกหาบในการนำเดินทาง

ภาพเรื่องราวเพิ่มเติม เสน่ห์น่านวันนี้
https://www.facebook.com/CharmNanToday/photos/?tab=album&album_id=924717740898087

 

สนับสนุนข่าวโดย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

Comments Closed

Comments are closed.