ภูพยัคฆ์ตำนานฐานที่มั่นแห่งสุดท้าย น้อมรำลึก “อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์” ณ บ้านน้ำรีพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน

เราต่างมาจากทั่วสารทิศ จากน่าน-ท่าวังผา-ปัว-เชียงกลาง แวะนอนทุ่งช้าง 1 คืน เช้าๆ ออกเดินทางบนถนนลอยฟ้า สู่ทะเลขุนเขา ท้าลมหนาว เมฆหมอก ดอกไม้ ฟ้าสางที่กางทางบ้านปางหก-สบปืน เขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เดินทางต่อจนถึงบ้านห้วยโก๋น แม้ยามสายในม่านหมอกหนา หมอกขาวโพลนยังโรยตัวต่ำ บางครั้งบังเส้นทางจนมองไม่เห็น บางครั้งลอยต้ำอยู่ด้านล่างตามเส้นทางที่เราผ่าน เส้นทางลาดยางสีดำ ที่ทอดโค้งยาวไปตามไหล่เขา ขึ้นๆลงไปตามสภาพภูมิประเทศของจังหวัดน่านที่มีภูเขาร้อยละกว่าแปดสิบเปร์เซ็นต์ของพื้นที่  ห่างจากตัวจังหวัด 138 กม. มีชายแดนติดกับแขวงไชยบุรี สปป.ลาว ยาว 89 กม. เดิมตำบลห้วยโก๋นขึ้นกับอำเภอทุ่งช้าง ส่วนตำบลขุนน่านเดิมขึ้นกับอำเภอบ่อเกลือ ทางราชการได้รวมพื้นที่ทั้ง 2 ตำบล เพื่อตั้งเป็นอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เป็นกรณีพิเศษโดยไม่ผ่านการเป็นกิ่งอำเภอ ตามโครงการจัดตั้งอำเภอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในมหามงคลวโรกาสจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2539
//ภาพ/เรียบเรียง/เรื่องราว : มานะ  ทองใบศรี




จากบ้านห้วยโก๋นสู่บ้านห้วยทรายขาว จากเส้นทางหลวงแผ่นดิน 1080 สิ้นสุดลง และเดินทางต่อด้วยทางหลวงแผ่นดิน 1081 จากหน้าที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ผ่านโรงพยาบาล มุ่งสู่บ้านกิ่วจันทร์ ได้ประมาณสิบกว่ากิโลเมตร ร่างกายเริ่มอ่อนล้า อากาศอบอุ่นขึ้น มองทางด้านซ้ายมือหุบเขาทอดยาวสลับซับซ้อน มรยอดแหลมของภูแวสูงเสียดฟ้าอยู่ไกลๆ แวะพักรถพักคน เข้าห้องน้ำพักผ่อนอิริยาบท ที่โรงเรียนบ้านกิ่วจันทร์(เสรินทวัฒน์อุปถัมภ์) ต.ขุนน่าน หลังจากหลังขดหลังแข็งนั่งบิดมอเตอร์ไซค์บรรทุกคนซ้อนท้าย ข้าวของ เต้นท์นอน เตรียมไปค้างแรมบนภูพยัคฆ์


จากที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ถึงปากทางเข้าเส้นทางหลวงชนบท 1037 ระยะทาง 26 กม. จนเจอสามแยกเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทาง 1037 ระยะทางประมาณ 17 กม. ถึงบ้านน้ำรี มีทางผ่านไปยังโรงเรียนบ้านน้ำรี และเส้นทางสู่อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ อีกประมาณ 3.5 กม.



อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ ณ บ้านน้ำรีพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 
บนเนินเขาลูกเล็กๆ ในหมู่บ้านน้ำรีพัฒนาใต้เทือกเขาผีปันน้ำกั้นเขตแดนระหว่างไทย-ลาว หลักกิโลเมตรที่ 30 เป็นดินแดนแห่งร่องรอยของ สมรภูมิรบเก่า ระหว่างทหารไทย กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เป็นที่ตั้งของศูนย์บัญชาการรบ เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มคอมมิวนิสต์ อยู่ใกล้กับนาขั้นบันได ของสำนัก 708 หรือ ที่ตั้งของศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต อีกทั้งยังไม่ไกลจากสำนัก 61 หรืออดีตที่ตั้งของศูนย์ กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยมากนัก

ปัจจุบันอนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ เป็นทั้งอนุสรณ์สถาน และพิพิธภัณฑ์ภาคประชาชนที่สวยงาม ได้มาตรฐาน อีกทั้งให้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่สาธารณชนอาจไม่ทราบมาก่อนอย่างเป็นระบบชัดเจน และน่าสนใจ จึงสามารถดึงดูดคนให้มาเที่ยวได้อย่างมากมายตลอดทั้งปี
ฐานที่มั่นจังหวัดน่านถือกำเนิดขึ้นในช่วงปี 2511โดยนักปฏิวัติรุ่นบุกเบิก ร่วมกับประชาชนชาวลัวะ ชาวม้ง และชาวผู้ยวนในพื้นที่เขตเขาภูดอยอันกว้างใหญ่ แยกตัวเป็นเขตปลดปล่อยไม่ขึ้นกับรัฐมานานกว่า 15 ปี ก่อนจะสิ้นสุดลงในปี 2526 ทิ้งเรื่องราวแห่งความทรงจำไว้เบื้องหลังมากมาย

…การนำเสนอข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ในอดีตว่าเกิดอะไรขึ้น ณ เขตป่าเขาจังหวัดน่าน ทำไมผู้คนจำนวนมากในเหตุการณ์จึงเลือวิถีทางเช่นนั้น…

บางส่วนของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่มีเนื้อหา มีสีสัน มีแง่ง่ามแห่งชีวิตจริงอันน่าประทับใจ บางเรื่องเป็นประดุจตำนาน เช่น ขบวนการเจ้าต้นบุญแห่งาวลัวะห้วยชนิน วึ่งสังคมภายนอกแทบจะไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน
บางทีการมีโอกาสได้เรียนรุ้ประวัติศาสตร์ในแง่มุมที่ไม่เคยรู้มาก่อนอาจช่วยให้มนุษย์เรามีความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น รักกันมากขึ้นและนำไปสู่การแสวงหาสันติสุขร่วมกัน แทนการข่มขี่หักล้างแบบในอดีต นั่นคือจุดหมายของเรา

บางเรื่องเป็นประดุจตำนาน เช่น ขบวนการเจ้าต้นบุญแห่งาวลัวะห้วยชนิน ซึ่งสังคมภายนอกแทบจะไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน
บางทีการมีโอกาสได้เรียนรุ้ประวัติศาสตร์ในแง่มุมที่ไม่เคยรู้มาก่อนอาจช่วยให้มนุษย์เรามีความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น รักกันมากขึ้นและนำไปสู่การแสวงหาสันติสุขร่วมกัน แทนการข่มขี่หักล้างแบบในอดีต นั่นคือจุดหมายของเรา

ในแง่ประวัติสาสตร์การเมืองไทยฐานที่มั่นจังหวัดน่านเป็นปรากฎการณ์ที่มีความน่าสนใจอยู่มากมายหลายประเด็นนับตั้งแตคำถามที่ว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการเมือง แบบไหน ใครเป็นผู้สร้าง มวลชนในฐานที่มั่นเป็นใคร ฐานที่มั่นและเขตยึดครองของ พคท.มีบทบาทต่อการเมืองไทยอย่างไรในช่วงรอยต่อระบอบเผด็จการ กับประชาธิปไตย ก่อนทีระบอบแรกจะค่อยๆเสื่อมถอยไปจากสังคมไทยตามกระแสวิวัฒนาการของโลก

แน่นอนว่านี่เป็นประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต เลือดเนื้อ คราบน้ำตาของคนทุกฝ่ายที่เยวข้อง นับตั้งแต่ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ชาวบ้านในพื้นที่ และทหารประชาชนของพวกเรา
ประชาชนในเขตป่าเขาจังหวัดน่าน ตามรอยตะเข็บชายแดนจังหวัดน่านและประเทศลาวมีประชาชาชาวภุดอยอาศัยอยู่มากมายหลายกลุ่ม มีทั่งม้ง ลัวะ เย้า ขมุ ผู้ยวน และมลาบรี ( ผีตองเหลือง ) ในจำนวนนี้ม้งและลัวะ นับเปนประชากรกลุ่มใหญ่สุด และกลายมาเป็นประชากรหลักของฐานที่มั่นจังหวัดน่านในเวลาต่อมา

ก่อนหน้าที่พคท. จะเริ่มเข้ามาเคลื่อนไหวมวลชนเพียงไม่กี่ปี คนลัวะเคยก่อหวอดกระทำการแข็งข้อต่อทางการมายกหนึ่งในลักษณะขบวนการเจ้าต้นบุญ หรือท่ทางการเรียกว่ากบฎผีบุญแห่งบ้านห้วยชนิน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2505 ถึง 2508 ผลก็คือชาวบ้านก็ถูกปราบปรามพ่ายแพ้ ก่อนจะมาสู้ใหม่ยกสอง ร่วมกับ พคท. เป็นต้นมา
ถ้าถามว่าขบวนการเจ้าต้นบุญของคนลัวะเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็ต้องกลับไปดูภูมิหลังของเหตุการณ์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างคนลัวะกับอำนาจรัฐในท้องที่ แล้วเราจะค่อยๆเข้าใจเหตุผลการตัดสินใจแข็งข้อต่อทางการของคนลัวะ
ในบรรดาคนภูดอยคนลัวะถือว่ายากจนและต่ำต้อยสุด ด้วยสถานภาพที่ติดดินจึงต้องแบกรับการกดขี่ข่มเขงเหยียดหยาม และความไม่เป็นธรรม ทั้งจากคนภูดอยด้วยกัน และจากเจ้านายที่คนลัวะมักสะท้อนว่า ชอบกระทำเหมือนคนลัวะไม่ใช่คน
มีการเรียกเก็บภาษีที่เจ้าหน้าที่มาตระเวนเก็บเป็นประจำ บางเดือนถึง 3 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นภาษีที่เรียกเก็บตามอำเภอใจดังเช่น ภาษีตอไม้ เก็บหลังฟันไร่, ภาษีห้วย เก็บจากการจับปูจับปลาในห้วย, ภาษีฤดูหนาว อ้างว่าเก็บเพื่อไปจัดงานประจำปีฤดูหนาวของพื้นราบ
, ภาษีไฟฉาย และถ่านไฟฉาย, ภาษีเสาไฟฟ้า สมัยนั้นบนภูยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เจ้าหน้าที่อ้างว่าเพื่อเป็นค่าเสาไฟฟ้าในเมือง
, ภาษีเตาไฟ บนเรือนคนลัวะจะมีการก่อเตาไฟไว้เพื่อทำอาหารต้องโนเก็บภาษีด้วย, ภาษีข้าว กำนันสมันนั้นสั่งให้คนลัวะนำข้าวไปให้ ครอบครัวละ 1 กรวย แบบเอาฟรีๆทุกปี, ภาษีหมู ภาษีไก่ จะต้องอุ้มไก่ จูงหมู ครอบครัวอย่างละ 1 ตัว ไปให้กำนันฟรีๆ
ภาษีเต้านม “นมสั้น( เต้าเล็ก ) เก็บถุก นมยาว ( เต้าใหญ่ )เก็บแพง” สมัยก่อนชาวบ้านไม่ค่อยมีเสื้อผ้าใส่ผู้หญิงส่วนใหญ่นุ่งแต่ผ้าซิ่น เปลือยอก
การรีดภาษีพิสดารแบบต่างๆที่กล่าวมาไม่ได้กระทำต่อคนพื้นราบแต่อย่างใด หากเลือกปฏิบัติต่อคนภูดอยเท่านั้น จนในที่สุดพวกเขาก็หาทางออกโดยนำความคิดในลักษณะธรรมิกราช จากฝั่งลาวมาใช้ในการต่อสู้ โดยมีอาวจองวงศ์ แห่งบ้านห้วยชนิน ที่เรียกว่าเจ้าต้นบุญ เป็นวิธีการต่อสู้…
อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2548 โดยมีคุณลุงธง แจ่มศรีนักปฏิวัติอาวุโสให้เกียรติวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2548 อนุสรณ์สถานน ก็สร้างเสร็จในส่วนแรก ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากบุคคลหลายๆฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องคนลัวะ คนม้ง คนผู้ยวนในพื้นที่ กลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่จังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนตำบล ต.ขุนน่าน ไปจนถึงหน่วยราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องทุกระดับ
มีภารกิจหลักในเรื่องการยกย่องเชิดชูผู้ที่อุทิศตนต่อสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเป็นธรรม และประโยชน์สุข เป็นการเปิดที่ยืนในประวัติศาสตร์ให้กับท่านผู้เสียสละเหล่านั้น
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เยี่ยมชมในวงกว้างในการเรียนรู้เข้าใจประวัติความเป็นมาของฐานที่มั่นและยุทธภูมิแห่งนี้ได้อย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริงในอดีตทุกประการ
ภาพพิธีรำลึกวีรชน ในช่วงวันที่ 10 – 12 เดือนธันวาคมจัดขึ้นประจำทุกปี


จากแนวคิดดังกล่าวทำให้มีการกำหนดรูปแบบอนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ออกมาเป็นอาคารสองหลังคืออาคารรประวัติศาสตร์ประชาชน บรรจุรายชื่อผู้พลีชีพ และบอกเล่าประวัติศาสตร์การต่อสู้ในพื้นที่ เพื่อสรุปบทเรียนอดีต อีกทั้งสร้างความปรองดองในสังคมร่วมกัน
จุดประสงค์ในการสร้างอนุสรณ์ฯ คือจะทำอย่างไร จะไม่ใช่สิ่งก่อสร้างที่ถูกใช้ประโยชน์ปีละครั้ง แต่จะเป็นอนุสรณ์สถานที่มีชีวิต มีเนื้อหามีความน่าสนใจในตัวเอง และ มีผู้คนเดินทางมาเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสาย อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์เป็นอาคารชั้นเดียวตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือบ้านน้ำรีพัฒนาขึ้นไปประมาณ 1 กม. ภายในอาคารมีกำแพงอนุสาวรีย์ทรงโค้งบรรจุรายนามทหารประชาชนและประชาชนในพื้นที่ที่เสียชีวิตจากสงครามในช่วงปี 2510 – 2526 หรือเสียชีวิตในภายในหลัง

พิธีรำลึกวีรชนจัดขึ้นประจำทุกปี ในช่วงวันที่ 10 – 12 เดือนธันวาคม โดยได้รับเกียรติจากท่านพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานในพิธีฯกล่าวให้โอวาส และมอบเกียรติบัตร ตัวแทนจากวิทยาลัยเทคนิคน่าน, อ.จำนงค์ วิทยาลัยการอาชีพปัว ศิลปินต้าร์ วาจา น้องร้อง, วงแมกไม้, ตัวแทนจากโรงเรียนบ้านน้ำรีพัฒนา, ตัวแทนจาก โรงเรียนบ้านป่ากลาง, ตัวแทนจากบ้านมณีพฤกษ์ ตามด้วยการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน 28 หมู่บ้านๆ ละ 1 คน และมอบเงินให้กับอดีตสหายผู้พิการ ประมาณ 50 คน โดยผ่านตัวแทนมารับ ต่อด้วยการแสดงของบ้านมณีพฤกษ์ 2 ชุด, ชนเผ่าม้ง 1 ชุด, ชนเผ่าลัวะ 1 ชุด, แล้วเข้าสู่พิธีการรำลึกวีรชน ตัวแทนม้ง  ตัวแทนชนเผ่าลัวะ ตัวแทนประชาชนน่าน ตามด้วยการอ่านบทกวีสดุดดีแล้วยืนนิ่งไว้อาลัย และวางช่อดอกไม้ ในอนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์

การเดินทาง
-เส้นทางแรก จากตัวเมืองน่าน ใช้เส้นทางสายเหนือ เริ่มตั้งแต่สี่แยกช้างผือก บนเส้นทาง 1080 ไป อ.ท่าวังผา – อ.ปัว – อ.เชียงกลาง – อ.เฉลิมพระเกียรติ (รวมระยะทางประมาณ 180 กม.) เส้นทางจากน่าน-ท่าวังผา กำลังก่อสร้างและขยายไหล่ทาง เส้นทางทุ่งช้างขึ้นสู่เฉลิมพระเกียรติเป็นทางลาดชันบนเขา ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ( ควรเติมน้ำมัน เช็คสภาพรถ พร้อมเสบียงที่ อ.ทุ่งช้างก่อนเดินทาง ) ถึงบ้านห้วยโก๋นจะเป็นสามแยก ( ถ้าเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 6 กม.จะเป็นตลาดนัดชาย แดนไทยลาว มีตลาดนัดเฉพาะวันเสาร์ ) สิ้นสุดเส้นทาง 1080 เชื่อมต่อด้วยเส้นทาง 1081 ( ไปยัง อ. บ่อเกลือ อีกประมาณ 78 กม.) จากบ้านห้วยโก๋นตรงไปไม่นานประมาณ 5 กม. จะผ่านที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ซ้ายมือก่อนถึงทางแยก ให้เลี้ยวขวาตามเส้นทาง 1081ไป บ้านน้ำรี สถานที่จัดงานฯภูพยัคฆ์ จะผ่านบ้านห้วยทรายขาว และบ้านกิ่วจันทร์ประมาณ 26 กม.เจอสามแยก.ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทาง 1037 ระยะทางประมาณ 17 กม. ถึงบ้านน้ำรี มีทางผ่านไปยังโรงเรียนบ้านน้ำรี และเส้นทางสู่อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ อีกประมาณ 3.5 กม. ไปยังสถานีพัฒนาเกษตรพื้นทีสูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ จากนั้นขึ้นไปยังสำนัก 708 อีกประมาณ 1 กม.
-เส้นทางที่สอง จากจังหวัดน่าน ไปทางอำเภอบ่อเกลือ โดยใช้เส้นทางบนถนนมหายศ มุ่งสู่สะพานนครน่านพัฒนาตรงข้ามโรงพยาบาลน่านเพื่อข้ามฝั่งไปยังอำเภอภูเพียง บนถนน 1169 ข้ามสะพานไปประมาณ 500 เมตร เขตอำเภอภูเพียงเลี้ยวซ้ายมือเพื่อไปยังอำเภอสันติสุข 30 กม. ถึงอำเภอสันติสุข เราเลี้ยวซ้ายมือเพื่อไปยังบ้านสบยาว ตามเส้นทาง 1081 ประมาณ 10 กม. จากนั้นเมื่อถึงสามแยกตำบลอวน อ.ปัว เลี้ยวขวามือไปตามเส้นทาง หลักลาย-บ่อเกลือ 1081 ไปยังอำเภอบ่อเกลือ ประมาณ 52 กม.จากบ่อเกลือใช้เส้นทาง 1081 ตรงไปยัง อ.เฉลิมพระเกียรติ ระยะทางประมาณ 45 กม.ไปตามเส้นทางเรื่อยๆ ไม่นานจะเจอสามแยกให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1037 ระยะทางประมาณ 17 กม. ถึงบ้านน้ำรี มีทางผ่านไปยังโรงเรียนบ้านน้ำรี และเส้นทางสู่อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ อีก 3.5 กม. ไปยังสถานีพัฒนาเกษตรพื้นทีสูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ จากนั้นขึ้นไปยังสำนัก 708 อีกประมาณ 1 กม.

ภาพเรื่องราวเพิ่มเติมที่เสน่ห์น่านวันนี้

https://www.facebook.com/CharmNanToday/photos/?tab=album&album_id=933492026687325

สนับสนุนข่าวโดย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

Comments Closed

Comments are closed.