เยือนถิ่นม่ะแขว่น ชมแดนหมอก ดมดอกเมี้ยง ฟังเสียงพิ และประเพณีโสลด ประจำปีของชาวลัวะ ณ ตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน

เยือนถิ่นม่ะแขว่น ชมแดนหมอก ดมดอกเมี้ยง ฟังเสียงพิ และประเพณีโสลด ประจำปีของชาวลัวะ ณ ตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน
เช้ามืดเจี้ยวจ้าวไก่แก้วขัน กลิ่นควันไฟลอยฟุ้ง คลุ้งคละม่านหมอก น้ำเกาะหยดบนยอดหญ้า พื้นไม้รื้นชื้นเย็น ฝนเปราะแปะๆ หลังคาสังกะสี ผู้คนจับเจ่าเร้นกายในสายวสันต์ ประเพณีการกินสโหลด(ตีพิ) ตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน


วันแรกของประเพณี ตีพิ บ้านสกาด ชาวบ้านจะต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเข้าป่าลึกเพื่อหาไม้ไผ่ (ไม้เฮี้ย) ที่จะมาทำเครื่องดนตรีที่เรียกว่า “พิ”โดยมีหมอผีประจำหมู่บ้านเป็นผู้กำหนด ระหว่างที่เดินทางจะเข้าป่า จะไม่มีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เพราะว่าถือว่าเป็นการอยู่กรรม


เมื่อไปถึงป่าไม้ไผ่ที่เป็น หมอผีจะเป็นผู้ลงมือตัดเป็นคนแรก จากนั้นชาวบ้านก็จะช่วยกันตัด โดยจะเลือกไม้ไผ่ที่มีลำต้นตรงได้ที่ขนาดพอเหมาะ ตัดเป็นปล้องๆ ส่วนใต้ข้อลงไปและเหนือข้อขึ้นไป ขนาดเกือบ 1 ฟุต


เมื่อได้ขนาดที่ต้องการตามที่กำหนด จะเจาะรูทั้งสองด้านของปล้องไม้ไผ่ แล้วเหลาไม้ยาวเท่าๆ ขนาดของปล้องไมไผ่ ใช้ เสียบทะลุตรงรูที่เจาะเหนือข้อปล้อง โดยทิ้งปลายไม้ทั้งสองด้าน ปลายสไม้ส่วนที่สั้นใช้จับ และส่วนปลายไม้ที่ยาวกว่าเป็นส่วนที่ใช้เคาะ เพื่อให้เกิดเสียง ชาวบ้านคนหนึ่ง จะต้องประกอบพิขึ้นมา ให้ได้ 3 อันก่อนที่จะมามารวมเป็นชุด(ชาวบ้านเรียกว่าจูม)



การทำพิ จะมีการเทียบเสียงของพิ ซึ่งพิแต่ละอันจะมีระดับของเสียงและความสั้นยาวที่ต่างกันโดยใช้ไม้เคาะส่วนปลายไม้ที่ยาวกว่า เพื่อให้เกิดเสียง และความไพเราะ หากไม่ได้ตามต้องการ จะค่อย ตัดปลายไม้ออก จนกว่าจะได้เสียงที่ดีและไพเราะ
เมื่อได้ตามต้องการ ชาวบ้านจะทำต่อแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

ชาวบ้านที่เข้าป่าไปเอาพิ มีจำนวนร่วมสองร้อยคน ฉะนั้นเมื่อถึงเวลาที่เทียบเสียงพิที่ทำขึ้นมา เสียงเคาะจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งเมื่อทำเสร็จก็จะส่งเสียงพร้อมๆ กันจนเสียงเประห์จะดังก้องกังวานไปทั้งหุบเขา


การเอาพิออกจากป่าหลังจากที่ทุกคนได้พิ ตามต้องการ จะมีหมอผี ชาวบ้านเรียกว่าข้าวจ้ำ เป็นผู้นำขบวนออกจากป่า เปรียบเสมือนผู้คอยควบคุมขบวนดังกล่าว จะเดินหรือจะหยุดก็ขึ้นอยู่กับท่านผู้นี้ บุคคลที่ร่วมขบวนห้ามแซงหรือแตกขบวนโดยเด็ดขาด


เมื่อถึงเวลาที่กำหนดชาวบ้านจะพากันเดินเป็นขบวนยาว ข้าวจ้ำพักตรงไหน หยุดตรงไหน ขบวนแถวก็จะหยุดตาม และจะตีพิกันในระหว่างพัก เมื่อได้เวลาหมอผีก็พาเดินจนถึงหมู่บ้านตามเส้นทางที่บรรพษุรุษเคยปฏิบัติกันมา จนถึงบ้านพิหลวง คือบ้านหลังที่เตรียมจัดไว้เพื่อรอรับชาวบ้นที่ไปเอาพิมาจากป่า ทุกคนส่งพิที่ได้มาเก็บลงตะกร้า และร่วมดื่มกินฉลองกันในเย็นวันนั้น ที่บ้านพิหลวงนั่นเอง


//ภาพ/เรื่องราว/เรียบเรียง : มานะ   ทองใบศรี

*หมายเหตุ* พิ คือเครื่องดนตรีของชาวลัวะที่ทำขึ้นเล่นเฉพาะในงานโสลดนี้เท่านั้น ประเพณีนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการเลี้ยงขวัญข้าวเลี้ยงผีประจำหมู่บ้าน ในช่วงหลังการเพาะปลูกพืชไร่ ระยะเวลาในการจัด 7 วัน 7 คืนและจะยู่ในช่วงเดือนสิงหาของทุกปี

กำหนดการพิธีโสลดของชาวลัวะ ณ ดอยสกาด***ในปีนี้จะเริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2559 เป็นต้นไป ระยะเวลาจัดทั้งหมด 7 วัน นับหลังจากนำพิมาอยู่ในหมู่บ้าน ณ บ้านสกาดเหนือ***

– 8 ส.ค. เป็นวันจัดเตรียมงานจะเรียกว่า “วันเพิ๊ก”
– 9 ส.ค. เป็นวันไปเอาพิในป่า เรียกว่า “วันคั๊ด”
– 10 ส.ค. เป็นวันที่พิอยู่แต่บริเวณชายคาบ้านยังไม่เข้าบ้านและไม่สามารถนำพิออกนอกบริเวณดังกล่าว เรียกว่า “วันค๊ด” ซึ่งจะนับตั้งแต่วันนี้เป็นวันที่แรกของการจัดพิธี

– 11 ส.ค. เป็นวันที่สร้างพิจองหรือพิน้อย ซึ่งจะอยู่ที่บ้านภูกอก และพิอีกประเภทหนึ่งที่ชาวลัวะเรียกว่า “เมยอาวเซิก” ซึ่งเป็นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดจะมีแค่ 2 ชุดเท่านั้น พิชนิดนี้จะสร้างไว้ที่บ้านพิหลวง อีกทั้งวันนี้เป็นวันที่ชาวลัวะเข้าป่าไปหาผักมาบูชาขวัญข้าวในวันเต่า ชาวลัวะเรียกวันนี้ว่า “วันล่วง” (วันที่ 2 ของการจัดพิธี)
– 12 ส.ค. เป็นวันที่ไปเอาขวัญข้าวจากไร่มายังหมู่บ้าน ช่วงบ่ายจะนำพิออกมาเล่นในหมู่บ้านชาวลัวะเรียกกันว่า “เล๊ะโอมฮ์” และเป็นวันที่นำพิเข้าอยู่ในบ้านพิ ชาวลัวะเรียกวันนี้ว่า “วันเต่า” (วันที่ 3 ของการจัดพิธี)

– 13 ส.ค. ตอนเที่ยงจะนำพิออกมาเล่นในหมู่บ้าน ชาวลัวะเรียกวันนี้ว่า “วันก่า” (วันที่ 4 ของการจัดพิธี)
– 14 ส.ค. หยุดพักไม่นำพิออกจากบ้านพิ ซึ่งสามารถตีพิในบ้านพิเท่านั้น ชาวลัวะเรียกวันนี้ว่า “วันขาบ” (วันที่ 5 ของการจัดพิธี)
– 15 ส.ค. หยุดพัก ชาวลัวะเรียกวันนี้ว่า “วันดั๊บ” (วันที่ 6 ของการจัดพิธี)

– 16 ส.ค. เป็นวันที่นำพิออกจากบ้านพิทั้งในช่วงเช้าและบ่าย และจะออกนานกว่าครั้งก่อนๆ และจะฆ่าทำลายพิในเวลาเที่ยงคืน ชาวลัวะเรียกวันนี้ว่า “วันว้าย” (เป็นวันสุดท้ายหรือวันที่ 7 ของการจัดพิธี)

***กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่การดุลยพินิจของหมอผี *** การนับวันของชาวลัวะ : ใน ๑ สัปดาห์ มี ๑๐ วัน ได้แก่ วันขาบ วันดั๊บ วันว้าย วันเมิง วันเพิ๊ก วันคั๊ด วันค๊ด วันล่วง วันเต่า และวันก่า (๑ รอบ(สัปดาห์) เท่ากับ ๑๐ วัน, ๑๐ วัน เท่ากับ ๑ ขวบ และ ๓ ขวบ เท่ากับ ๑ เดือน)***

*การเดินทาง* จากน่าน-ท่าวังผา-ปัว 60 กม. ถึงอำเภอปัวไปตามถนน ปัว-เชียงกลาง-ทุ่งช้าง(1080 ) ประมาณ 5 กม. สังเกตุขวามือหน้า อบต.สถาน มีทางแยกให้เลี้ยวขวามือไปตามเส้นทางถึง บ้านนาฝางประมาณ 3 กม. มีทางแยกร่วม ให้เลี้ยวซ้ายมือไปตามเส้นทาง ไปตำบลสกาดอีกประมาณ 15 กม.

ติดตามภาพการท่องเที่ยวและเดินทางผ่านเพจเสน่ห์น่านวันนี้

https://www.facebook.com/CharmNanToday/photos/?tab=album&album_id=884562494913612

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 
https://www.facebook.com/DoisakadPuaNan/

สนับสนุนข่าวโดย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

Comments Closed

Comments are closed.