57 จังหวัดยังเสี่ยงน้ำท่วมและโคลนถล่ม ช่วงปลายสัปดาห์นี้ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ในช่วง 23-27 ส.ค.นี้ ทั่

57 จังหวัดยังเสี่ยงน้ำท่วมและโคลนถล่ม ช่วงปลายสัปดาห์นี้ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ในช่วง 23-27 ส.ค.นี้ ทั่วทุกภาคของประเทศไทยจะมีฝนตกมากถึงหนักมาก ทำให้หลายพื้นที่มีความเสี่ยงเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม


ประเทศไทยมีแนวโน้มปริมาณฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ที่ทําให้เกิดน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลากไว้ด้วย

สําหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ํากําลังแรงบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะไต้หวัน ประเทศจีน ได้ทวีกําลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว พายุนี้เกือบไม่เคลื่อนที่ และไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย ขอให้ผู้ที่จะเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย

สําหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเกาหลีและตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เนื่องจากมีพายุไต้ฝุ่น “ซูลิก” (SOULIK) กําลังจะเคลื่อนผ่านบริเวณดังกล่าว ในช่วงวันที่ 23-24 สิงหาคม 2561
ลักษณะสําคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาว และประเทศเวียดนาม
ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กําลังปานกลาง พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
ลักษณะเช่นนี้ทําให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สําหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน
มีคลื่นปานกลาง

กองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสมสถานการณ์น้ําท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าช่วงที่ผ่านมาทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง
หลายพื้นที่เกิดอุทกภัย น้ําป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 23 – 27 สิงหาคม 2561 ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ทั้งนี้ปริมาณน้ําในอ่างเก็บน้ําที่มีปริมาณน้ําเก็บกักอยู่ในเกณฑ์มาก และการพร่องน้ําในอ่างเก็บน้ําเขื่อนวชิราลงกรณ โดยจะระบายน้ําวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งอาจต้องระบายน้ําเพิ่มขึ้น อาจเกิดน้ําล้นตลิ่ง และน้ําท่วมฉับพลัน รวมทั้งคลื่นลมทะเลสูง 2-4 เมตร ชาวเรือและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งอาจได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรง

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่มเป็นพิเศษ ได้แก่ จ.น่าน แพร่ อุตรดิตถ์พิษณุโลก ลําปาง พะเยา
เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ลําพูน กาญจนบุรีราชบุรีเพชรบุรีประจวบคีรีขันธ์จันทบุรีตราด ระยอง
ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และ จ.กระบี่
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม
-ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่จ.เพชรบูรณ์สุโขทัย กําแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์และอุทัยธานี
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ จ.เลย หนองคาย หนองบัวลําภูอุดรธานีบึงกาฬ สกลนคร
นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ชัยภูมิขอนแก่น มหาสารคาม อํานาจเจริญ ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์
สุรินทร์ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี
-ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่จ.นครนายก ปราจีนบุรีสระแก้ว และ จ.ฉะเชิงเทรา
-ภาคใต้ 4 จังหวัดได้แก่จ.สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช ตรัง และ จ.สตูล
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง
-ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่จ.ชลบุรีระยอง จันทบุรีและตราด
-ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ตกระบี่ตรัง และ จ.สตูล

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้ประกาศให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ท้ายเขื่อนในหลายพื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบจากการระบายน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ ระหว่างวันที่ 23 – 27 ส.ค. นี้

ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย / ศูนย์เตีอนภัยพิบัติแห่งชาติ

สนับสนุนข่าวโดย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

Comments Closed

Comments are closed.