Tag: น่าน

สาวงามชนเผ่าถิ่นคว้าธิดาดอยไปครองในงานประจำปีและของดีเมืองน่านประจำปี 2561

การประกวดสาวงามธิดาดอย  งานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี  2561  มีผู้ลงชิงชัยความงาม 28 สาวงาม  จาก 4 ชนเผ่า ได้แก่ ชนเผ่าม้ง เมี่ยน ขมุ และ ชนเผ่าถิ่น ซึ่งสาวงาม ชนเผ่าถิ่น หมายเลข 23 คว้า  2 รางวัลไปครอง โดยได้รับตำแหน่งธิดาดอย ประจำปี 2561 และรางวัลธิดาประจำชนเผ่าถิ่นไปครอง

ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี  2561  ณ บริเวณเวทีกลางเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ ริมแม่น้ำน่าน ได้จัดให้มีการประกวดธิดาดอย ประจำปี 2561  เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว และอนุรักษ์ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ของชนเผ่าต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน นอกจากนั้น ยังเป็นการจัดหารายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดน่านอีกด้วย
โดยในปีนี้บรรยากาศเวทีการประกวดมีผู้สนใจ เข้าร่วมชมความงามของสาวงามแต่ละชนเผ่า เป็นจำนวนมาก ซึ่งปีนี้มีสาวจากชนเผ่า เข้าร่วมประกวด จำนวน 28 สาวงาม จาก 4 ชนเผ่า สำหรับผลการประกวดธิดาดอย งานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2561  ผู้ที่ได้ตำแหน่งธิดาดอย  ตำแหน่งธิดาประจำชนเผ่า ตำแหน่งขวัญใจชาวน่าน และตำแหน่งขวัญใจสื่อมวลชน จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ เกียรติบัตร และสายสะพายพร้อมเงินรางวัล ไปครอง   ซึ่งผลการตัดสิน ตำแหน่งธิดาดอย งานประจำปีและของดีจังหวัดน่านประจำปี 2561 ได้แก่ นางสาวพรนภัส เมืองเล็น ชนเผ่าถิ่น  ผู้ประกวดหมายเลข 23  ตำแหน่งรองอันดับที่ 1 นางสาวรุ่งไพลิน สีสนิท ผู้ประกวดหมายเลข 14 และรองอันดับที่ 2 ได้แก่ นางสาวอัญศิริ คำยัญ ผู้ประกวดหมายเลข 25  ส่วนตำแหน่งขวัญใจชาวน่านได้แก่ นางสาวอรวรรณ ตั้งพิทักษ์ตระกูล ผู้ประกวดหมายเลข 20  ส่วนตำแหน่งขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่ นางสาวรุ่งไพลิน สีสนิท ผู้ประกวดหมายเลข 14  นอกจากนั้น ตำแหน่งธิดาประจำชนเผ่าม้ง ได้แก่หมายเลข นางสาวจิราพัชร ศิริคุณนาสกุล ผู้ประกวดหมายเลข12  ตำแหน่งธิดาประจำชนเผ่าขมุ  ได้แก่ นางสาวรุ่งไพลิน สีสนิท ผู้ประกวดหมายเลข 14  ตำแหน่งธิดาชนเผ่าเมี่ยน ได้แก่ นางสาวภิภาพร แซ่เติ๋น  ผู้ประกวดหมายเลข 19 และธิดาประจำชนเผ่าถิ่น ได้แก่   นางสาวพรนภัส เมืองเล็น ผู้ประกวดหมายเลข 23  เป็นผู้คว้าตำแหน่งไปครอง

กัมปนาท  พอจิต  ข่าว

เหลิม เด็กน่านสร้างชื่อ – เฉลิมพล วัฒนวงศ์ตระกูล แอนิเมเตอร์ 7 ช็อตใน Avengers : Infinity War

เฉลิมพล วัฒนวงศ์ตระกูล แอนิเมเตอร์ไทยผู้มีส่วนร่วมกับ 7 ช็อตใน Avengers : Infinity War

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ปรากฎการณ์ของภาพยนตร์ Avengers : Infinity War กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก บทสรุปของการเดินทางกว่าสิบปีของ Marvel Cinematic Universe และความยิ่งใหญ่ที่พวกเขาสร้างกำลังใกล้เข้ามาแต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราตื่นตาตื่นใจกลับเป็นหนึ่งในแอนิเมเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ระดับโลก ใช่, เขาเป็นคนไทย และเป็นคนไทยที่มีเรื่องราวการฝ่าฟันมาสู่ความฝันในปัจจุบันที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใคร
เหลิม – เฉลิมพล วัฒนวงศ์ตระกูล คือแอนิเมเตอร์คนนั้น
ปัจจุบันเหลิมเป็นแอนิเมเตอร์อยู่ที่ Framestore บริษัทแอนิเมชันระดับโลกที่ประเทศอังกฤษ เขาได้มีส่วนร่วมกับจักรวาลมาร์เวลผ่านหน้าที่นี้ที่เขาจำกัดความสั้นๆ ว่า “เมื่อไหร่ที่ Tony Stark เป็น Ironman ตอนนั้นแหละคือหน้าที่ของผม”
เรานัดคุยกับเหลิมในวันที่ Avengers : Infinity War ฉายวันแรกที่ประเทศไทยพอดี ด้วยความตั้งใจที่อยากคุยเรื่องการทำงานในหนังเรื่องนี้ แต่กลายเป็นว่าเรากลับได้อะไรมากกว่านั้นจากประสบการณ์ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมาของเขาตลอดเกือบ 2 ชั่วโมงที่เราคุยกัน
ช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ เราคิดว่านอกจากเหลิมจะมีส่วนร่วมกับหนังซูเปอร์ฮีโร่บนโลกแผ่นฟิล์มแล้ว
เรื่องราวความเป็นมาเขา ยังเป็นฮีโร่บนโลกแห่งความจริงอีกด้วย


จุดกำเนิดของพลัง

จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนไหน
ผมอาจจะเริ่มแตกต่างจากคนอื่นหน่อยตรงที่ไม่ได้เรียนแอนิเมชันมาโดยตรง ผมจบฟิสิกส์มาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แต่ผมชอบดูหนัง ชอบอ่านและดูการ์ตูนญี่ปุ่น ชอบคอมมิค ทำให้ผมสนใจและเริ่มหาทางศึกษาเรื่องแอนิเมชันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย
ตอนนั้นหัดเรียนแอนิเมชันยังไงบ้าง
ผมเริ่มใช้โปรแกรม 3D Studio Max เป็นโปรแกรมแรก พยายามศึกษา เก็บเงินแล้วไปซื้อแผ่นติวเตอร์มาเรียนเอง หัดและฝึกด้วยตัวเองจนถึงตอนเรียนจบ แต่ความรู้ของผมตอนนั้นแทบจะเอาไปใช้งานจริงไม่ได้ เพราะผมยังไม่รู้ว่าโปรดักชันมืออาชีพจริงๆ เขาทำยังไง ผมยังไม่ถูกขัดเกลา แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นผมก็อยากทำงานด้านนี้ เราฝึกจนรู้ว่าเราชอบมันจริงๆ เป็นอย่างนั้นประมาณ 2 เดือนหลังเรียนจบ จนวันหนึ่งก็เกิดจุดเปลี่ยนแรกในชีวิต

ศิษย์ท้ายแถวของอาจารย์หัวแถว

จุดเปลี่ยนแรกที่ว่านั่นคืออะไรผมได้รู้จักกับพี่ตุล (วีรภัทร ชินะนาวิน) เขาเป็นแอนิเมเตอร์ที่จบจากอเมริกา พี่เขามีโอกาสทำงานที่บริษัท Bluesky ที่ทำหนังเรื่อง Ice Age ตอนนั้นพี่ตุลกลับไทยมาช่วยพี่จั๊ก (สุภณวิชญ์ สมสมาน) ที่บริษัท The Monk Studio เขาอยากเซ็ทอัพทีมแอนิเมเตอร์ดีๆ ในเมืองไทย เลยมองหาเด็กมีไฟเพื่อเข้าไปเรียนรู้ จะบอกว่าเป็นโชคดีก็ได้เพราะจากคนสมัครเป็นร้อย ผมเป็นหนึ่งในสี่ที่ติดเข้าไปและเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เรียนตรงสาย ตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปผมตั้งใจเต็มที่ ผมกล้าพูดว่าผมขยันมากนะ ผมอยากได้งานนี้ ผมอยากเป็นแอนิเมเตอร์เหมือนพวกพี่เขา แต่พอผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วเหมือนฟ้าผ่าครับ เพราะผมถูกเรียกไปคุยว่าไม่ผ่านการฝึก
ตอนนั้นทำให้ผมรู้ว่าแอนิเมชันยังเป็นสิ่งที่ไกลตัวผมมาก พื้นฐานที่จำเป็นต้องมีสำหรับรับการสอนจากพี่ตุล ผมไม่มี ผมไม่สามารถทำให้แอนิเมชันออกมามีชีวิตชีวา น่าเชื่อถือ น่าหลงใหลหรือมีเสน่ห์ได้ แต่ตอนนั้นพวกพี่เขาเห็นแก่ความพยายามของผม เขาเลยให้โอกาสอีกเดือนนึง ถ้ายังทำไม่ถึงขั้นก็คงต้องออกแล้ว
เราเปลี่ยนแปลงตัวเองต่างจากเดือนแรกยังไงบ้างผมพยายามเต็มที่ขึ้นกว่าเดิม ผมปลดปล่อยความขยันที่สุดเท่าที่ผมมี เข้างานตอน 7 โมง ออกตี 3 ทุกวัน เป็นอย่างนั้นทั้งเดือน ฝีมือผมกระเตื้องขึ้นมานิดนึงจนได้รับโอกาสต่ออีกเดือน พี่เขาเริ่มเห็นว่าผมจับจุดได้นิดนึง ความทื่อๆ บื้อๆ ของผมถูกขัดเกลา รู้ตัวอีกทีก็ผ่านมา 5 เดือน สุดท้ายผมก็ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำของ The Monk Studio ทำหน้าที่เป็นแอนิเมเตอร์ แต่สถานะของผมตอนนั้นเหมือนเป็นตัวช่วยพิเศษมากกว่า ถ้ามีงานที่ยากหรือช็อตสำคัญก็จะตกเป็นของรุ่นพี่คนอื่น ผมเหมือนเป็นตัวสำรองที่ต้องคอยซัพพอร์ตตัวจริง แต่ยังไงผมก็ไม่เคยหยุดที่จะก้มหน้าก้มตาศึกษาไปเรื่อยๆเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมว่าทำไมเราทำได้ไม่เท่าคนอื่นสักทีผมคิดว่านาฬิกาของเรายังไม่ปลุกครับ แต่ละคนมีช่วงเวลาในการเข้าใจ การบรรลุเป้าหมายต่างกัน บางคนอาจจะใช้เวลาแค่เดือนเดียว บางคนอาจจะสองเดือน บางคนอาจจะเป็นปีหรือบางคนอาจจะเรียนไปเท่าไหร่แล้วไม่ได้เลยก็มี แต่ตอนนั้นผมคิดแค่ว่า ‘เวลาของเรายังมาไม่ถึง’ เรารู้อย่างเดียวว่าเราต้องทำให้ได้

ความสามารถพิเศษจากความพิเศษ

จากเป็นตัวสำรองอยู่ที่ไทย ความคิดที่จะก้าวสู่สากลเกิดขึ้นตอนไหน
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คิดเรื่องนี้คงเป็นสนามการแข่งขันแอนิเมชันระดับสากลที่ เว็ปไซต์ 11secondclub.com ปกติเว็บนี้จะสร้างโจทย์ขึ้นมาให้แอนิเมเตอร์ทั่วโลกส่งผลงานมาแข่งขันทุกเดือน คนที่ชนะจะได้รับคอมเมนท์งานจากแอนิเมเตอร์บริษัทชั้นนำของโลก ที่ผ่านมามีคนไทยแค่คนเดียวที่ชนะเลิศก็คือพี่ตุล ถึงตอนนั้นผมจะยังไม่เก่งแต่ก็ตั้งเป้าว่าเราเองก็อยากทำได้บ้าง
จำได้ว่าตอนนั้นเป็นโจทย์ของเดือนพฤษภาคม ปี 2011 ผมเข้างาน 8 โมง เลิก 5 ทุ่ม หลังจากนั้นก็มาทำงานเพื่อส่งประกวดจนถึงตี 3 เป็นอย่างนี้ประจำตลอดหนึ่งเดือน
ผลเป็นไงบ้างด้วยอะไรก็ตามแต่ ตอนนั้นผมได้ที่หนึ่ง คนเข้ามาดูงานผมเยอะมาก คอมเมนท์ก็มากจนตกใจและเกือบทั้งหมดเป็นคำชม ผมเริ่มตั้งคำถามในใจว่า เอ๊ะ เราทำงานมาตั้งนาน ทำไมเราไม่เคยมีความรู้สึกนี้เลย แต่พอเราทำงานคนเดียวข้างนอก ทำไมถึงโอเควะ ซึ่งผมคิดว่าที่งานข้างนอกของเราโอเคเพราะมันเกิดขึ้นจากการไม่มีข้อจำกัดทั้งเรื่องเวลา ขอบเขตงาน ทำให้เรามีโอกาสได้ทำสิ่งที่เราชอบเต็มที่ เรามีเวลาอยู่กับตัวเองมากพอจนเราค้นพบความชัดเจนในตัวเอง
ความชัดเจนที่ว่าคืออะไรผมพบว่าผมชอบการทำแอนิเมชันในสายแอคชัน มันคือสิ่งที่ผมถนัด มีคำกล่าวของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ที่กล่าวว่า ‘ในป่าผืนนี้มีใบไม้อยู่หลายล้านใบ ผมไม่จำเป็นต้องรู้ทั้งหมด แต่ผมรู้จักใบไม้ที่อยู่บนกำมือของตัวเองดีที่สุด’ ผมเองก็จะเป็นแบบนั้น ตั้งแต่วันที่ชนะ นอกจากทำงานออฟฟิศ ผมจะสละเวลามาพัฒนาตัวเองทุกวัน


หลังจากนั้นผมก็ได้ย้ายงานหลายที่ เคยไปทำงานที่ Picturethis Animation Studio ที่ทำงานให้กับเลโก้ ทำงานส่วนตัวควบคู่กันไปและอัพลงโซเชียลมีเดียของตัวเอง ตอนนั้นเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตผมให้กับแอนิเมชัน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นผมก็ยังคิดว่าเรายังห่างไกลจากความเป็นสากลอีกเยอะนะ ผมเลยไม่หยุดพัฒนาและศึกษา เราต้องฝึกไปเรื่อยๆ พอปีที่สี่หลังจากเริ่มทำงานก็เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น เริ่มทำการ์ตูนได้ เริ่มทำแอคชั่นถนัด เริ่มรู้ว่าอันไหนไม่ดี
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นกับผมอีกครั้ง ตอนที่พี่ตุลชวนผมไปแนะนำตัวกับพี่ณัฐ (ณัฐ ยศวัฒนานนท์) ผู้ก่อตั้ง Igloo Studio เพราะเขาอยากให้ผมมาเป็นหัวหน้าแผนกแอนิเมชันของภาพยนตร์เรื่อง 9 ศาสตรา
ประสบการณ์จาก 9 ศาสตรา ให้บทเรียนอะไรบ้างช่วงเวลาที่ Igloo Studio เหมือนผมได้ติดอาวุธทางปัญญา การรู้จักกับพี่ณัฐคือจุดเปลี่ยนที่ใหญ่มากในชีวิต พี่ณัฐมีเซนส์เรื่องรสนิยม จังหวะ การเล่าเรื่องและแพชชั่นในแอนิเมชัน เขาลดกำแพงการยึดติดในความคิดของผมลง ก่อนหน้านี้ผมคิดแต่เพียงว่าจะทำแอนิเมชันออกมาให้สวยอย่างเดียว แต่เราลืมย้อนกลับไปมองคนดูว่าพวกเขาจะสนุกไหม เขาจะร้องไห้ไหมถ้าตัวละครตัวนี้เศร้า เขาจะรู้สึกเจ็บไหมถ้าตัวละครชกหน้ากัน พี่ณัฐเขามีตรงนี้และถ่ายทอดมาให้ผม เขาให้ความเชื่อมั่นกับผม เชื่อใจในการทำงานเป็นทีม

เรียนรู้เหตุผลที่แท้จริงของการเป็นฮีโร่

แล้วก้าวแรกจริงๆ ในการเดินสู่สากลคือตอนไหนมันเป็นคำพูดสั้นๆ ของรุ่นพี่คนหนึ่งที่ผมนับถือ เขาเห็นสิ่งที่ผมทำมาตลอด วันหนึ่งเขาก็แนะนำให้ผมลองสมัครงานที่ต่างประเทศ เขาหาข้อมูลบริษัทให้ผม สอนวิธีการเขียน resume สอนวิธีการเขียนจดหมายแนะนำ ก่อนหน้าผมอาจจะรู้ว่าเป้าหมายคืออะไร แต่ผมไม่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหน ผมเลยเริ่มสมัครงานบริษัทต่างประเทศ ส่งไปหมดเลยตั้งแต่อังกฤษ แคนาดา อเมริกา ญี่ปุ่น จีน มาเลเซียหรือสิงคโปร์ ทั้งบริษัททำซีรีส์ไปจนถึงบริษัทที่ทำการ์ตูนประมาณ 40 กว่าบริษัท รวมแล้วร้อยกว่าครั้ง แต่โดนปฏิเสธหมดตลอด 3 ปี
ท้อมั้ยท้ออยู่แล้ว เพราะเวลาปฏิเสธ บริษัทต่างประเทศเขาจะมีคอมเมนท์มาว่าฝีมือยังไม่ถึงขั้น ทำให้เราท้อ แต่ผมรู้อย่างเดียวว่าผมไม่ถอย ผมต้องทำให้ได้ พยายามมองโลกในแง่ดีว่า ไม่เป็นไรหรอก เราโดนแบบนี้บ่อยๆ ให้ชินไว้ พอวันที่สำเร็จจะได้มีความหมายไง ความล้มเหลวของเราไม่ใช่ความล้มเหลวที่บังเอิญ แต่คือสิ่งที่สอนผมว่าคุณจะต้องพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จากวันนั้นผมก็พยายามขึ้นอีก 3 เท่าเพื่อเป้าหมายที่ผมรู้สึกว่าถูกต้อง

ความล้มเหลวของเราไม่ใช่ความล้มเหลวที่บังเอิญ แต่คือสิ่งที่สอนผมว่าคุณจะต้องพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ

ความพยายามนั้นเป็นผลสำเร็จไหมอย่างที่บอกว่ามันเป็นจังหวะชีวิตครับ วันหนึ่งมีคนญี่ปุ่นที่ทำงานด้านแอนิเมเตอร์มาเยี่ยมที่ออฟฟิศ ผมชวนให้เขาช่วยดูผลงานของผมหน่อย เขาดูแล้วอ้าปากค้างเลยแล้วก็บอกล่ามเป็นประโยคสั้นๆ ว่า ‘ถ้าคุณมาที่ญี่ปุ่นนะ คุณดังแน่’
ผมอุทานในใจเลยนะว่า ‘เชี่ย’ (หัวเราะ) เราติดต่อกันหลังจากนั้นแล้วผมก็ลองส่ง พอร์ตโฟลิโอไปสมัครงานที่ Polygon Pictures ประเทศญี่ปุ่น เขาก็รับผมเข้าทำงานเลย เขาชอบผมมาก ที่นั่นผมได้เรียนรู้หลายอย่าง ที่สำคัญคือคนญี่ปุ่นเป็นมืออาชีพมาก ที่นี่ทำให้ผมเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทางด้านความคิด เป็นจุดเริ่มที่ทำให้ผมมั่นใจในตัวเอง งานก็ดีจนสร้างโปรไฟล์ที่ดี แต่ถึงแม้อะไรหลายๆ อย่างจะดูเหมือนโอเค มันกลับไม่ได้ทำให้ฝีมือผมพัฒนาขึ้นเท่าไหร่ ผมทำงานเร็วและโดนคอมเมนท์น้อยเลยรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งขึ้น และผมอยู่อย่างนี้ไม่ได้แน่ๆ เพราะผมมีเป้าหมายที่ผมอยากไป
ผมส่งใบสมัครไปที่บริษัทแอนิเมชันชื่อดังที่แคนาดาอีกรอบ คราวนี้ผมได้รับการเรียกตัว เขาบอกผมว่าอยากให้ผมไปช่วยทำภาพยนตร์เรื่อง Peddington และอีกโปรเจกต์ในจักรวาลมาร์เวล ตอนนั้นดีใจกระโดดโลดเต้นเลย ผมลาออกจากบริษัทที่ญี่ปุ่นเพื่อมาทำวีซ่าเตรียมตัวไปแคนาดา ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวยแต่กลายเป็นว่าผมต้องรอวีซ่าอยู่ 8 เดือนเพราะตอนนั้นเกิด Trump Effect ทำให้แคนาดาเข้มงวดมากกับคนที่จะเข้าไปทำงานในประเทศ
8 เดือนนั้นเป็นสภาวะที่กดดันมาก ความฝันกับความเป็นจริงเริ่มสวนทางกัน ผมรู้สึกว่าไม่ได้การแล้ว พอดีกับที่ตอนนั้น Marza Animation Planet บริษัทจากญี่ปุ่นอีกเจ้าชวนผมให้ไปทำงานด้วย ผมจึงตอบตกลงเพราะเหมือนคนจะจมน้ำที่ต้องคว้าสิ่งที่เข้ามาไว้ก่อน แต่การกลับไปญี่ปุ่นอีกรอบยิ่งย้ำในใจผมว่ามันไม่ใช่เรา ภาวะการเกือบได้ไปทำงานที่แคนาดาทำให้ผมได้แต่ตั้งคำถามว่า ‘กูจะ animate หนังมาร์เวลสักเรื่องไม่ได้เชียวเหรอวะ’ในใจมันยังคงโหยหาโอกาสนั้น
ผมเลยตัดสินใจว่าไม่ได้การแล้ว เลยสมัครงานอีกรอบกับบริษัท Framestore ที่อังกฤษ ซี่งเขาตอบตกลง

Avengers Assemble



ตอนนั้น Framestore อยากให้ไปทำโปรเจกต์อะไร
Framestore เป็นหนึ่งใน 6 บริษัทขาประจำที่ทำงานให้กับสตูดิโอมาร์เวล ตอนที่เซ็นสัญญาเข้ามา เขาให้ผมทำโปรเจกต์ที่ไม่สามารถบอกได้ แต่พอได้มาเริ่มทำงาน เป็นจังหวะพอดีที่เขากำลังทำ Avengers: Infinity War เขาเลยชวนผมมาทำด้วยเพราะผมถนัดแอคชั่น พอจะเปิดเผยได้นิดหน่อยว่าผมทำแอนิเมเตอร์อยู่ 7 ช็อต เป็นตัวละครของ Doctor Strange, Iron Man, Black Dwarf และ Ebony Maw ทั้งช็อตคุยกันและแอคชั่นนิดหน่อย
การทำงานในมาตรฐานฮอลลีวูดแตกต่างกับที่เคยทำมาไหมที่นี่เป็นการทำงานในอุดมคติเลย ได้อยู่ท่ามกลางคนที่เก่งมากๆ เก่งแบบที่ชีวิตนี้ผมไม่รู้ว่าจะเก่งได้เท่าเขาไหม เวลาเราดูหนังมาร์เวล เราเข้าใจเลยว่าทำไมถึงมีความแตกต่างระหว่าง Avengers หรือ Spider Man กับแอนิเมชันไทย ผมกลายเป็นคนกระจอกที่สุดในออฟฟิศอีกครั้ง แต่ผมดีใจมากนะ ที่นี่มีหมดทั้งวินัย ทักษะ มีทุกอย่าง เขาเลยผลิตผลงานระดับโลกออกมาได้ อย่างผมได้รับมอบหมายให้ทำช็อตของ Ironman ผมคิดว่าศึกษามาเยอะและทำการบ้านมาอย่างดี แต่พอมาเจอจริงๆ มันมากกว่าที่ผมคิดไว้มาก คุณต้องทำ Ironman ให้เหมือนกับ Tony Stark คุณต้องรู้ว่ากลไกของชุด Ironman เป็นยังไง ต้องรู้ว่า Tony เดินยังไง เขาจะยกอาวุธขึ้นมาสู้แบบไหน สายตาที่เขามองตัวร้ายแต่ละตัวก็ไม่เหมือนกัน
ถ้าให้จำกัดขอบเขตหน้าที่ของผมง่ายๆ คือถ้า Tony Stark เดินออกมา สิ่งนี้ไม่ใช่หน้าที่ผม แต่ถ้าเขาเปลี่ยนเป็น Ironman เมื่อไหร่ อันนี้แหละหน้าที่ผม การทำงานครั้งนี้ผมโดนแก้เยอะมากนะ ที่นี่มีทั้ง Supervisor และหัวหน้าที่ดูงานให้เรา ผมโดนแก้งานทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อภาพในระดับที่เราต้องร้องอุทานด้วยความตื่นตาตื่นใจ วันนั้นผมรู้เลยว่าถ้าผมยังอยู่ที่ไทย ผมจะไม่มีวันที่จะได้เรียนรู้สิ่งนี้เลย

ฮีโร่ที่แท้จริงภายใต้หน้ากาก

มองดูจุดที่ยืนอยู่ตอนนี้ เราถึงเป้าหมายหรือยัง
ผมคิดว่าผมถึงแล้วนะ และผมอยากอยู่ตรงนี้ไปเรื่อยๆ ตอนนี้ผมเป็นตัวสำรอง วันหนึ่งผมก็อยากเป็นตัวจริง ตอนนี้ผมอยู่ในจุดที่ฝันแล้ว ผมมายืนบนดวงจันทร์ได้แล้ว เป้าหมายต่อไปคือปักธงชาติไทยที่นี่ เราต้องมีงานที่เป็นจุดเด่นในหนังสักเรื่องให้ได้ เราต้องไปให้ได้เพราะตอนนี้เรามาไกลมากแล้ว หลังจากนั้น จุดสุดท้ายในชีวิตผมคงเป็นการกลับมาทำงานที่ไทย เอาสิ่งที่ผมเรียนรู้มาทั้งหมดมาสอนให้คนบ้านเราไร้เทียมทาน ตอนนี้เรายังขาด motivation เนื้องานบางอย่างต้องทุ่มเท เสียสละทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้ไปอยู่ในจุดนั้น ผมจะเอาส่วนนี้ของผมไปถ่ายทอดให้บ้านเราได้เห็นแล้วพัฒนามากขึ้น เผื่อคนที่เห็นความเป็นไปได้จากผม จะได้มายืนอยู่ตรงนี้บ้าง
ถ้ามีใครสักคนอ่านเรื่องราวนี้แล้วชื่นชมคุณเป็นฮีโร่ มีอะไรจะบอกพวกเขาบ้าง

ผมยืนอยู่บนพื้นดินเหมือนคนทั่วไปแหละครับ ไม่ได้เป็นฮีโร่มาจากบนฟ้าอะไร แต่ความพยายามของผมพาผมไปอยู่ในหลายที่

ถ้าจะฝากอะไรไปถึงคนในสายงานของผมได้ ระหว่างคนธรรมดาและคนที่ประสบความสำเร็จเป็นเหมือนพีระมิด มันมียอดแหลมของคนที่ประสบความสำเร็จอยู่นิดเดียว คนที่ไปไม่ถึงแล้วอยู่ด้านล่างมีเยอะกว่า แต่คุณเลือกได้ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้าเกิดคุณรู้ว่าคุณต้องการอะไร มันไม่มีคำว่าสาย ไม่จำเป็นต้องร้องขอหรือโวยวายถามหาต้นทุนชีวิต ขอคุณตั้งเป้าหมายให้หนักแน่นไว้ก็พอ ถ้าคุณไม่ตั้งเป้าหมายเท่ากับว่าคุณไม่มีความฝันนะ ถ้าเป็นแบบนั้น โลกความจริงก็จะปฏิบัติต่อคุณแบบนั้นเช่นกัน


Arthurnal Animator ได้แชร์รูปภาพ — กับ Jessada Sutthi
วันนี้ผมได้รับเกียรติจากเพื่อนรักเจษฎา ให้มาพูดคุยกันขำๆ ตามสไตล์เด็กบ้านนอกกันทั้งพิธีกรและผู้รับเชิญ ว่าอดีตเด็กขายผลไม้ตามงานวัดอย่างผม มาเป็นอนิเมเตอร์ Avengers Infinity war ได้ยังไง 555 เพราะว่าผมเรียนจบฟิสิกส์ลาดกระบัง ไม่ใช่สายตรง
ทำยังไง อะไรคือแรงจูงใจและขับเคลื่อนตัวเอง จนได้มาทำงานต่างประเทศโดยไม่ใช้เงินพ่อแม่ซักบาท
ผมโชคดีที่ได้รับโอกาสเชิญไปทำงานทั้งประเทศญี่ปุ่น แคนาดา อเมริกาและอังกฤษ โดยที่ผมไม่ใช่นักเรียนนอก และก้าวผ่านการล้มเหลวการถูกปฏิเสธมาเป็นร้อยรอบมาได
ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี 4 คน, ข้อความ

Art Tavern Thailand ได้อัพเดตรูปภาพหน้าปก

ART TAVERN VIEW #06 – Chalermphol Wattanawongtrakool(Animator)Art Interview ครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจากอนิเตอร์หนุ่มไฟแรงเพื่อนต่างสายแต่หัวใจเดียวกัน Arthur
ดูเพิ่มเติม

เปตองอาวุโสน่าน “คว้า 1 เหรียญทองแดง ให้ จ.น่าน

“ งาช้างดำเกมส์ “กีฬาผู้สูงอายุแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ที่ จ.น่าน เป็นเจ้าภาพครั้งแรกแห่งประเทศไทยมี การชิงชัยถึง14 ชนิดกีฬารวมถึง 1 กีฬาสาธิต เริ่มเปิดฉากชิงชัยกันแล้ววันนี้ 22 เมษายน 2561 เวลา 8.30 น. ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน

โดยทัพงาช้างดำน่าน  เจ้าภาพน่าน ประเภทชาย ส่ง  จรัล สวนโพ , สวิง คำหว่าง , สมาน ใจนวล , จงกล มาอ้าย โดยมี วิฑูรย์ กาวิรส เป็นผู้จัดการทีม ลงการแข่งขัน สรุปผลการแข่งขันมีดังนี้

-รอบแรก น่าน ชนะ อุดรธานี 13-11

-รอบรองชนะเลิศ น่าน แพ้  นครราชสีมา 9-13

ส่งผลให้ จ.น่าน ได้ที่ 3 ได้รับเหรียญทองแดง พลาดโอกาสได้เหรียญทอง ซึ่งเหรียญทองเป็นของ จ.นครราชสีมา ดีกรีอดีตทีมชาติไทย ที่เข้าไปชิงกับ จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วยสกอร์ 13 ต่อ 6

ส่งผลล่าสุดน่าน คว้ามาได้ 1 เหรียญทองแดงแรกของกีฬาผู้สูงอายุแห่งชาติ ครั้งที่ 1 อยู่อันดับที่ 20 มี 1 เหรียญทองแดง ส่วนอันดับที่ 1 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร มี 7 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง รวม 15 เหรียญ

”ถึงแม้เปตองน่าน จะมีงบประมาณน้อยในการฝึกซ้อม รวมถึงเบี้ยเลี้ยงต่างๆต้องออกกันเองภายในทีม แต่ด้วยความที่ใจรักกีฬาเปตอง และรักในจังหวัดของตัวเอง ทีมเปตองน่านสู้ด้วยใจที่มุ่งมั่นเสมอมา แม้จะไม่ได้เหรียญทองที่คาดหวังแต่ก็ภาคภูมิใจที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนของคนน่านสู้ศึกครั้งนี้ และคว้ามาได้ 1 เหรียญทองแดง ก็ถือว่าคุ้มค่ากับตนเอง เป็นเกียรติแก่ครอบครอบครัวและวงศ์ตระกูล รวมถึงจังหวัดน่านบ้านเกิด “ วิฑูรย์ กาสิรส ผจก.ทีมเปตองน่าน กล่าวทิ้งท้าย

———ศักดิ์นรินทร์ อินยอด ข่าวที่นี่เมืองน่านรายงาน———

น่าน เปิดศูนย์บริการทั่วไทยและเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561

น่าน เปิดศูนย์บริการทั่วไทยและเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561

วันที่ 10 เมษายน 2561 เวลา 09.30 น.นายสกล กาญจนากร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงน่านที่ 1 เปิดศูนย์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ณ บริเวณหน้าแขวงทางหลวงน่านที่ 1 โดยมีผู้แทนจาก ขนส่ง จ.น่าน ผอ.ท่าอากาศยานน่าน มทบ.38 ตำรวจทางหลวง 5 ตำรวจจราจร สภ.เมืองน่าน แขวงทางหลวงชนบท น่าน องค์กรเครือข่ายเอกชน ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัด ผู้ประสานงานประจำศูนย์ฯ ร่วมใจพร้อมปฏิบัติงานตามโครงการ 7 วัน “เดินทางอุ่นใจ ปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2561 เทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานที่กรมทางหลวงมีการตั้งจุดบริการประชาชนทั่วไทย จำนวน 170 แห่ง ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะใช้เส้นทางสัญจรกลับภูมิลำเนาและเดินทางออกต่างจังหวัด และแขวงทางหลวงน่านที่ 1 ก็เป็นหนึ่งจุดบริการ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน โดยมีนโยบาย 777 (7 วันก่อนเทศกาล 7 วันช่วงเทศกาล และ 7 วันหลังเทศกาล) ด้วยการดำเนินงานเบื้องต้นก่อนเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้ 1.รณรงค์ประชาสัมพันธ์ “ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด” 2.เตรียมความพร้อมให้ถนนมีความปลอดภัยไม่มีหลุมบ่อ การติดตั้งป้ายแนะนำต่าง ตลอดจนเส้นจราจร ให้มีความชัดเจนและถูกต้อง 3.จัดเตรียมเต็นท์ให้บริการประชาชน พร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 4.สายด่วนกรมทางหลวง โทร. 1586 สอบถามเส้นทาง โทรฟรีทุกเครือข่าย 24 ชั่วโมง
ในการนี้ แขวงทางหลวงน่านที่ 1 ได้ปล่อยขบวนรถรณรงค์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561 และเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ “จุดบริการทั่วไทย” ในเส้นทางหลวงหมายเลข 1010500 ตอน สวนป่า – สะพานพญาวัด (ขาออก) ถนนยันตรกิจโกศล ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน หน้าสำนักงานแขวงทางหลวงน่านที่ 1
ทางแขวงฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมบริการแนะนำเส้นทางแก่ผู้ใช้ทาง นักท่องเที่ยวและประชาชน เพื่อเดินทางอย่างปลอดภัย จัดที่พักรถ หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ประสานและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ หรือเหตุฉุกเฉินบนทางหลวงแผ่นดิน เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ รวมถึงการสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน ที่อาจเกิดขึ้นบนทางหลวง ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง

– มีคลิป พิธีเปิดศูนย์จุดบริการทั่วไทย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ณ หน้าแขวงทางหลวงน่านที่ 1 อ.เมือง จ.น่าน วันที่ 10 เมษายน 2561


///////////////////////////
อถิญญา เดชาติวงค์ ณ อยุธยา ไทยนิวส์น่าน //ที่นี่เมืองน่าน รายงาน

จังหวัดน่าน พร้อมจัดแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุแห่งชาติ “งาช้างดำเกมส์” ครั้งที่ 1ของประเทศไทย

ขอเชิญร่วมงานสงกรานต์ “นุ่งผ้าเมือง ปลอดเหล้า-เบียร์” ประจำปี ๒๕๖๐ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๖ เมษายน ๒๕๖๐

เทศบาลเมืองน่าน จัดงานประเพณีสงกรานต์ “นุ่งผ้าเมือง ปลอดเหล้า-เบียร์” ประจำปี ๒๕๖๐ เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น ที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณกาลให้คงสืบไว้สืบไป



 

           นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองน่าน กำหนดจัดงานประเพณีสงกรานต์ “นุ่งผ้าเมือง ปลอดเหล้า-เบียร์” ประจำปี 2560 ในระหว่างวันที่ 12 – 16 เมษายน 2560 เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น ที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณกาลให้คงสืบไว้สืบไป ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิเช่น พิธีทำบุญตักบาตร พิธีสะเดาะเคราะห์สืบชะตาเมือง พิธีสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ การประกวดซุ้มเล่นน้ำวัฒนธรรม “นุ่งผ้าเมือง ปลอดเหล้า-เบียร์” พิธีบวงสรงเสาหลักเมืองน่านและสืบชะตาหลวงเมืองน่านวันพญาวัน การประกวดนางสงกรานต์ การแข่งขันบ้องไฟดอก ขบวนแห่บ้องไฟขึ้นและการแข่งขันบ้องไฟ (บ้องไฟเผ่าดำ)



โดยมีกำหนดการต่างๆ ดังนี้ กำหนดการจัดงานประเพณีสงกรานต์ “นุ่งผ้าเมือง ปลอดเหล้า-เบียร์” ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่  12 – 16  เมษายน  2560 โดย…  เทศบาลเมืองน่าน



วันพุธที่ ๑๒  เมษายน  ๒๕60

เวลา 16.30 น.          –  คณะผู้บริหารเทศบาล  สมาชิกสภาเทศบาล  หัวหน้าส่วนการบริหารงานเทศบาล, ผู้อำนวยการสถานศึกษา  พนักงานเทศบาล, พนักงานครูเทศบาล  พร้อมกัน  ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน เพื่อเตรียมรับน้ำสรงพระราชทานฯของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

เวลา 17.00 น.             –  เคลื่อนขบวนนำโดยรถตำรวจ รถตรวจการณ์ของเทศบาลเมืองน่าน

(รถประชาสัมพันธ์)  –  เคลื่อนขบวนแห่น้ำสรงพระราชทานฯ จากบริเวณข่วงเมืองน่าน ตรงไปผ่านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน  ณ ถนนผากอง ตรงไปบริเวณสี่แยก  ปั้มเชลล์  เลี้ยวขวาไปตามถนนมหาวงศ์  ผ่านสี่แยกเจ้าราชวงศ์(ร้านสายสวรรค์) ถึงสี่แยกประตูน้ำเข้ม (ร้านนราบุ๊ค) เลี้ยวซ้ายไปตามถนน สุมนเทวราช  ผ่านสี่แยกหัวเวียงใต้  (ห้างแว่นบิ้วตี้ฟลู) ถึงสามแยกสวนตาลบนเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสวนตาล เลี้ยวขวาเข้าสู่วัดสวนตาล

เวลา 17.30 น. –  คณะสงฆ์  9  รูป นายกเทศมนตรีเมืองน่าน (นายสุรพล เธียรสูตร) ประธานในพิธี แขกผู้มีเกียรติ  ข้าราชการ  (แต่งชุดปกติขาว) คณะศรัทธาชุมชนบ้านต่างๆพ่อค้า  ประชาชน รวมถึง อุบาสก-อุบาสิกา  (นุ่งขาวห่มขาว) พร้อมกัน  ณ หน้าพระวิหารพระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล

เวลา  18.00 น. –  ชุมชนบ้านสวนตาล  คณะศรัทธาวัดสวนตาล  และผู้ร่วมขบวนอัญเชิญน้ำสรงพระราชทานฯ  ตั้งขบวนรับน้ำสรงพระราชทานฯ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ณ หน้าพระวิหารพระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล

–  การแสดงวัฒนธรรมพื้นเมือง  2  ชุด

เวลา  18.10 น.–  ประกอบพิธีสมโภชน้ำสรงพระราชทานฯ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีณ พระวิหารพระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล



วันพฤหัสบดีที่  ๑๓  เมษายน  ๒๕60

เวลา 06.00 น.  –  คณะสงฆ์  9  รูป  แขกผู้มีเกียรติ  คณะศรัทธาชุมชนบ้านต่างๆ  ประชาชน พร้อมกัน  ณ พระวิหารพระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล

เวลา 06.20 น. –  ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน (นายไพศาล วิมลรัตน์) ประธานในพิธีเดินทาง มาถึง  ณ พระวิหารพระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล

เวลา 06.30 น.  – ประกอบพิธีสรงน้ำพระราชทานฯ  ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ ณ พระวิหารพระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล
เวลา 07.00 น.  –  พิธีสะเดาะเคราะห์สืบชะตาเมือง  พิธีทำบุญตักบาตร ณ บริเวณวัดสวนตาลเวลา 09.00 – 11.00น.     –  การประกวดซุ้มเล่นน้ำวัฒนธรรม “นุ่งผ้าเมือง ปลอดเหล้า-เบียร์” ณ บริเวณ ชุมชน-หมู่บ้านต่างๆ ในเขตเทศบาล

เวลา 12.๐๐ น.  -ขบวนรถพระเจ้าทองทิพย์ (องค์จำลอง), ขบวนแห่นางสงกรานต์ของเทศบาลเมืองน่าน, ขบวนรถรางผู้เข้าร่วมประกวดนางสงกรานต์ขบวนรถพระพุทธ, ขบวนผ้าป่าสามัคคีหรือขบวนครัวทาน และขบวนน้ำอบน้ำหอม ของชุมชน-หมู่บ้านต่างๆ ในเขตเทศบาล ๓๑ชุมชน  และของส่วนราชการ สถานศึกษา และเอกชน พร้อมกัน ณ บริเวณสี่แยกปั้มเชลล์ ถนนผากอง(จุดตั้งขบวนแห่ฯ)

เวลา  ๑๓.0๐ น.   
เคลื่อนขบวน นำโดยรถตรวจการณ์ของเทศบาลเมืองน่าน (รถประชาสัมพันธ์)  –  ขบวนรถพระเจ้าทองทิพย์(องค์จำลอง) –  ขบวนแห่นางสงกรานต์ของเทศบาลเมืองน่าน พร้อมขบวนรถรางผู้เข้าร่วมประกวดนางสงกรานต์ (ขบวนรถพระพุทธ ขบวนผ้าป่าสามัคคี หรือขบวนครัวทานขบวนน้ำอบน้ำหอม ของชุมชน-หมู่บ้านเขตเทศบาลทั้ง 31 ชุมชน รวมถึง ส่วนราชการ สถานศึกษาและเอกชน)

–  เคลื่อนขบวนออกจาก (จุดตั้งขบวนแห่ฯ) ณ ถนนผากอง บริเวณสี่แยกปั้มเชลล์  เลี้ยวขวาไปตามถนนมหาวงศ์  ผ่านสี่แยกเจ้าราชวงศ์ (ร้านสายสวรรค์)  ถึงสี่แยกประตูน้ำเข้ม (ร้านนราบุ๊ค) เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุมนเทวราช  ผ่านสี่แยกหัวเวียงใต้  (ห้างแว่นบิ้วตี้ฟลู)  ถึงสามแยกสวนตาลบนเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสวนตาล เลี้ยวขวาเข้าสู่วัดสวนตาล ตั้งขบวนตามจุดที่กำหนดให้

–  ผู้เข้าประกวดนางสงกรานต์ขึ้นเวทีโชว์ตัว เวลา ๑๔.๐๐ น. เป็นต้นไป   –  การแสดงกิจกรรมบนเวที  ณ บริเวณวัดสวนตาล
–  การประกวดนางสงกรานต์  ณ  เวทีบริเวณวัดสวนตาล
–  ประกาศผลการประกวดนางสงกรานต์  ประจำปี ๒๕๖๐
–  ประธานมอบรางวัลการประกวดนางสงกรานต์  ประจำปี ๒๕๖๐ เวลา ๑๙.๐๐ น.เป็นต้นไป
–  การแสดงกิจกรรมบนเวทีณ บริเวณวัดสวนตาล


วันศุกร์ที่  ๑๔  เมษายน  ๒๕60

เวลา 09.๐๐ น.เป็นต้นไป
–  การแสดงกิจกรรมบนเวที ณ บริเวณวัดสวนตาล
–  การแข่งขันบ้องไฟดอกจาก 28 ชุมชน 3 หมู่บ้านในเขตเทศบาลเมืองน่าน  ณ บริเวณวัดสวนตาล

วันเสาร์ที่  ๑๕  เมษายน  ๒๕60

เวลา  09.00 – 15.30 น.
–  ขบวนแห่บ้องไฟขึ้น (บ้องไฟเผ่าดำ) จาก 28 ชุมชน 3 หมู่บ้านในเขตเทศบาล เมืองน่าน และนอกเขตเทศบาล แห่ไปยังวัดสวนตาล บูชาถวายพระเจ้าทองทิพย์ วัดสวนตาล
–  ลงทะเบียนการแข่งขันบ้องไฟขึ้น (บ้องไฟเผ่าดำ) ณ บริเวณวัดสวนตาล
–  คณะกรรมการบ้องไฟขึ้นจะทำการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ พร้อมจับวานลำดับจุด  ณ บริเวณวัดสวนตาล
เวลา  08.3๐ น.
–  คณะสงฆ์ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และคณะศรัทธาชุมชนบ้านต่างๆ  พร้อมกัน ณ มณฑลพิธีหลักเมืองน่าน วัดมิ่งเมือง

เวลา  ๐8.5๐ น.   
–  ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานพิธี เดินทางถึง ณ มณฑลพิธี ประธานพิธีจุดธูป เทียนบูชาพระรัตนตรัย
–  นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ประธานอำนวยการจัดงาน กล่าวรายงาน
–  ประธานพิธี กล่าวสุนทรพจน์
–  ประกอบพิธีบวงสรวงเสาพระหลักเมืองน่าน โดย บัณฑิตกล่าวโองการถวายสักการะและเครื่องบวงสรวงเสาพระหลักเมืองน่าน
–  ประธานพิธี นำข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เป็นตัวแทนชาวน่านขึ้นถวายผ้าแพรสี และมาลัย  ณ  เสาพระหลักเมืองน่าน
–  ประกอบพิธีสืบชะตาหลวงเมืองน่านวันพญาวัน  ในอุโบสถล้านนา วัดมิ่งเมือง โดยพระสงฆ์ ๑๙ รูป เจริญพระพุทธมนต์ พระเถราจารย์รูป นั่งปรกอธิษฐานจิต (เจ้าอาวาสทุกวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน)
–  พระสงฆ์๑๙รูป อ่านธรรมสืบชะตาหลวง
–  เจ้าคณะจังหวัดน่าน กล่าวคำมอบชะตาเมือง
–  ประธานพิธี นำผู้ได้รับเชิญ ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ๒๕ รูป
–  พระสงฆ์ อนุโมทนา
เวลา  11.00 น. –  ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์-  เป็นเสร็จพิธี
เวลา  19.00 น.  –  คณะศรัทธาชุมชนต่างๆ แห่ผ้าป่าเข้าร่วมทำบุญ
เวลา  19.30 น. –  การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น ละครซอ มีการแข่งขันตีกลองแอวตีกลองสะบัดชัย ตีกลองบูชา เป็นต้นเวลา  21.00 น. –  ประกอบพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี  ประจำปี ๒๕60ณ วัดมิ่งเมือง
เวลา  24.00 น. –  การตัดสินการแข่งขันตีกลองแอว  กลองสะบัดชัย  กลองบูชา  และการมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขัน  ณ วัดมิ่งเมือง  (ของคณะศรัทธาบ้านมิ่งเมือง)  –  ปิดงานฯ



วันอาทิตย์ที่  16  เมษายน  ๒๕60 

เวลา  08.00 – 08.30 น. – พิธีเปิดการแข่งขันบ้องไฟขึ้น (บ้องไฟเผ่าดำ) ณ สนามยิงปืน  บ้านผาสิงห์ ต.ผาสิงห์  อ.เมืองน่าน  จ.น่าน
เวลา  09.00 – 17.30 น. -การแข่งขันบ้องไฟขึ้น (บ้องไฟเผ่าดำ)  ณ สนามยิงปืน  บ้านผาสิงห์ ต.ผาสิงห์  อ.เมืองน่าน  จ.น่าน  (จัดโดย…ชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมบ้องไฟขึ้นเมืองน่าน,สภาวัฒนธรรมเทศบาลเมืองน่าน,องค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์  และเทศบาลเมืองน่าน)

 

หมายเหตุ ในการนี้ เทศบาลเมืองน่าน จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดน่านและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ร่วมงานประเพณีสงกรานต์จังหวัดน่าน “นุ่งผ้าเมือง ปลอดเหล้า-เบียร์” ประจำปี 2560 ในวันที่ 12-16 เมษายน 2560 เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นที่ได้สืบทอดกันเป็นเวลานานให้คงสืบไว้ต่อไป

ภาพ/ข่าว/เรียบเรียง : มานะ ทองใบศรี
ขอขอบคุณข้อมูล/ที่มา : ทัตติ งานอ่อน งานส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ เทศบาลเมืองน่าน โทร 0 54710 234 ต่อ 102,321